 |
| |
เราใช้สินค้าคุณภาพนำเข้าจากประเทศอิตาลี
ของใหม่ทุกชิ้น ซึ่งมีความปลอดภัยสูงสุด ด้วยมาตรฐานยุโรป
ECE R 67-01 การติดตั้งเรียบร้อยถูกต้องตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก
เรารับประกันคุณภาพงานและมาตรฐานการติดตั้งก๊าซในรถยนต์ทุกคันเหมือนรถของเราเอง
โดยช่างผู้ชำนาญงานผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดี ในการติดตั้งระบบก๊าซในรถยนต์ทั้งระบบมิกเซอร์และระบบหัวฉีดก๊าซ
(ใช้งานได้ทั้งน้ำมันและก๊าซ ) ให้คุณมั่นใจในประสิทธิภาพและคุณภาพงานสูงสุด
ติดตั้งกับทางร้านรับประกันสินค้า 1 ปีเต็ม พร้อมคู่มือปั๊มแก๊สทั่วประเทศ
ก๊าซปิโตเลียมเหลว
กับ ก๊าซหุงต้ม ( LPG )
ก๊าซหุงต้ม
มีชื่อเป็นทางการว่าก๊าซปิโตรเลียมเหลว ( liquefied petroleum gas : LPG
) หรือเรียกย่อๆ ว่า แอลพีจี เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการแยกน้ำมันดิบในโรงกลั่นน้ำมันหรือการแยกก๊าซธรรมชาติ
ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวประกอบด้วยส่วนผสมของไฮโดรคาร์บอน
2 ชนิด คือ โพรเพนและบิวเทน ในอัตราส่วนเท่าใดก็ได้ หรืออาจจะเป็นโพรเพนบริสุทธิ์
100% หรือบิวเทนบริสุทธิ์ 100% ก็ได้ สำหรับในประเทศไทยก๊าซหุงต้มส่วนใหญ่ได้จากโรงแยกก๊าซธรรมชาติโดยใช้อัตราส่วนผสมของโพรเพน
และบิวเทนประมาณ 70:30 ซึ่งจะให้ค่าความร้อนที่สูง ทำให้ผู้ใช้ประหยัดเวลาและค่าเชื้อเพลิง
ก๊าซปิโตรเลียมเหลวสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม ในครัวเรือน ในโรงงานอุตสาหกรรม
และในยานพาหนะได้ เช่นเดียวกับก๊าซธรรมชาติที่สามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า
ในโรงงานอุตสาหกรรม และในยานพาหนะ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีการนำก๊าซธรรมชาติมาใช้งานในครัวเรือนโดยตรง
ด้วยคุณสมบัติในการเป็นเชื้อเพลิงติดไฟของก๊าซธรรมชาติและก๊าซหุงต้ม เพื่อความปลอดภัย
ผู้ใช้ต้องใส่ใจในการปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยในการใช้งานอย่างเคร่งครัด
คุณสมบัติของ
LPG
เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน ประกอบด้วยก๊าซโพรเทนและนิวเทน
เป็นหลัก
ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี ปราศจากพิษ ( แต่โดยทั่วไปจะเติมสารเคมีเพื่อความปลอดภัย
)
หนักกว่าอากาศ
ติดไฟได้ในช่วงของการติดไฟที่ 215 % ของปริมาณในอากาศ และอุณหภูมิที่ติดไฟได้เองคือ
400 c ํ
คุณประโยชน์ของ
LPG
เป็นเชื้อเพลิงที่นำมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมีการเผาไหม้สมบูรณ์
ลดการสร้างก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุของภาวะไอกรีน
มีราคาถูก 9-10 บาท
ก๊าซอยู่ในสภาพแรงดันต่ำ 180 psi
อัตราการสิ้นเปลืองก๊าซเทียบเท่ากับการใช้น้ำมันเบนซิน
อุปกรณ์มีราคาถูกกว่าอุปกรณ์ก๊าซ NGV
ตารางเปรียบเทียบก๊าซธรรมชาติ(NGV)
และก๊าซหุงต้ม(LPG)
|
| |
ข้อเปรียบเทียบ
|
ก๊าซธรรมชาติ
|
ก๊าซหุงต้ม
(LPG) |
| ความปลอดภัย
|
มีความปลอดภัยสูงเนื่องจาก
เบากว่าอากาศเมื่อเกิดการรั่วไหล จะลอย ขึ้นสู่อากาศทันที |
เนื่องจากหนักกว่าอากาศ เมื่อเกิดการรั่วไหลจะกระจายอยู่ตามพื้นราบ
45% |
| ความพร้อมในการนำมาใช้งาน |
สถานะเป็นก๊าซนำไปใช้ได้เลย |
สถานะเป็นของเหลว ต้องทำให้เป็นก๊าซ ก่อนนำไปใช้งาน
|
| ประสิทธิภาพการเผาไหม้ |
เผาไหม้ได้สมบูรณ์ |
เผาไหม้ได้สมบูรณ์ |
| คุณลักษณะของเชื้อเพลิง |
ไม่มีสี ไม่มีกลิ่นเผาไหม้
ปราศจากเขม่าและกำมะถัน
|
ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น แต่โดยทั่วไป
จะเติมสารเคมีเพื่อความปลอดภัย
|
| จำนวนสถานีบริการ |
36 แห่ง ( กค 48) |
กว่า 200 แห่งทั่วประเทศ |
|
|
ระบบความปลอดภัย
ของระบบเชื้อเพลิงก๊าซ
ความปลอดภัยของระบบเชื้อเพลิงก๊าซ
(LPG SAFETY ADVICE) ระบบ LPG ซึ่งผลิตโดย BRC ได้ถูกออกแบบตามมาตรฐานที่ให้ความปลอดภัยสูง
ตามมาตรฐานความปลอดภัยของสหภาพยุโรป ECE R67-01
ซึ่งทำให้รถของท่านมีความปลอดภัยสูง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
มีโอกาสรึไม่ที่จะระเบิด
ถ้ามีมาก - น้อยเพียงใด
ไม่มีโอกาส เนื่องจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งมีอุปกรณ์ Safety ทุกๆจุด เช่น ที่ถังก๊าซจะมี
Safety Release Valve เพื่อลดแรงดันเมื่อถังก๊าซได้รับความร้อน หรือแรงดันจากภายนอก
Valve ตัวนี้จะปล่อยแก๊สออกนอกตัวรถทันที ๆ
ถ้ารถเกิดอุบัติเหตุ
ท่อก๊าซแตก ก๊าซจะพุ่งออกมาหรือไม่
ก๊าซจะหยุดไหลทันที เพราะ Valve ที่ถังมีระบบป้องกันอยู่ ถ้าก๊าซพุ่งแรงกว่าปกติวาล์วก็จะหยุดจ่ายก๊าซทันที
ขั้นพื้นฐานที่ผู้ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิงควรรู้และปฎิบัติ
ต้องรู้จักตำแหน่งเปิด/ปิดของวาวล์มือหมุนหัวถัง เพื่อที่ต้องปิดในกรณีฉุกเฉิน
(แก๊สรั่ว)
ต้องหมั่นตรวจสอบข้อต่อ(เกลียว/ท่อแก๊ส)ต่างๆบริเวณหัวถังและหม้อต้มเป็นประจำ
ต้องมีถังดับเพลิงประจำรถและสามารถนำออกมาใช้ได้สะดวก ในกรณีฉุกเฉิน
กรณีที่สงสัย
หรือพบว่ามีการรั่วไหลของแก๊ส ควรปฏิบัติดังนี้
ดับเครื่องยนต์ และเคลื่อนย้ายไปที่อากาศถ่ายเท เปิดประตูทุกบาน
ปิดวาล์วทันทีเมื่อพบแก๊สรั่ว (มีกลิ่นเหม็น) หรือ ได้ยินเสียงรั่วซึม
หยุดการกระทำที่อาจเกิดประกายไฟ ทำการตรวจหาจุดรั่วให้พบและทำการแก้ไข
ถ้าหาจุดรั่วไม่พบห้าม สตาร์ทเครื่องยนต์เด็ดขาด รอจนกว่าจะไม่มีแก๊สรั่ว(ไม่มีกลิ่นแก๊ส)
หากทำการแก้ไขด้วยตัวเองไม่ได้ทำการสับสวิทช์มาใช้เบนซินและ นำรถมาซ่อมที่ศูนย์ติดตั้ง
ขณะเกิดแก๊สรั่วควรจะมีการแจ้งเตือนให้ทราบด้วยว่า บริเวณดังกล่าวห้ามผ่านเข้าออกด้วย
การซ่อมบำรุงการปรับเปลี่ยน
อุปกรณ์เสริมเพื่อใช้เชื้อเพลิงแก๊ส LPG ในรถของท่าน ต้องการการซ่อมบำรุงเล็ก
น้อยเท่านั้น คำแนะนำนี้จะช่วยให้รถของท่านทำงานด้วยสมรรถนะที่ดี
ตารางการดูแลและบำรุงรักษาที่ควรทำเป็นประจำ
|
| |
ชิ้นส่วนอุปกรณ์ |
ระยะเวลา |
| - รักษาระบบการจุดระเบิด (IGNITION
SYSTEM) |
ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ( ดูตารางการซ่อมบำรุงจาก
คู่มือการใช้รถของท่าน) |
| - เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง |
ตามระยะเวลาที่บริษัทผู้ผลิตแนะนำ |
| - เปลี่ยนกรองอากาศ |
ทุก 20,000- 30,000 กิโลเมตร หรือตามความจำเป็น
|
| - ทำความสะอาดกรองอากาศ |
ทุก ๆ อาทิตย์ |
| - เปลี่ยนกรองก๊าซ LPG |
ทุก 40,000 กิโลเมตร หรือทุก 1 ปี
|
| - เปลี่ยนหัวเทียน |
ทุก ๆ 30,000 กิโลเมตร |
| - ตรวจสอบข้อต่อและอุปกรณ์ LPG(ยกเว้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า)
|
ด้วยน้ำสบู่ทุก ๆ เดือน |
| - ทำการใช้ระบบเชื้อเพลิง |
อย่างน้อย 10 กิโลเมตร/วัน |
| - ตรวจสอบตั้งค่าการทำงานในระบบเชื้อเพลิงLPG
|
เมื่อมีการซ่อมแซมเครื่องยนต์ใหม่
|
| -การตรวจสอบถังบรรจุเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ |
อายุไม่เกิน 10 ปี ( ไม่ต้องตรวจและทดสอบ ) อายุเกิน
10 ปี ( ต้องตรวจและทดสอบทุก 5 ปี )
|
|
| |
อุปกรณ์หัวฉีดก๊าซยี่ห้อ
BRC
**
BRC สินค้าคุณภาพนำเข้าจากประเทศอิตาลี ซึ่งมีประสบการณ์ด้านเชื้อเพลิง
LPG มากกว่า 20 ปี ปลอดภัยสูงสุด ด้วยมาตรฐานยุโรป ECE
R 67-01 ผ่านการทดสอบ ติดตั้งตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก เพื่อความปลอดภัย
ไร้กังวลของทุกท่าน
อายุการใช้งานของอุปกรณ์หัวฉีด
ECU (กล่องสมองกล) Connector มาตราฐาน Auomotive Grade ประมวณผลและควบคุมการสั่งจ่ายก๊าซ
แม่นยำ ประหยัด มลพิษต่ำ ด้วยระบบ CloseLoop Feedback Control ตัดสัญญาณหัวฉีดน้ำมันและปั๊มเชื้อเพลิงเพื่อยืดอายุการใช้งาน
สามารถเปลี่ยนเชื้อเพลิงเป็นน้ำมันเมื่อก๊าซหมดโดยอัตโนมัติ และเปลี่ยนเชื้อเพลิงได้ขณะใช้งานทุกความเร็ว
อายุการใช้งานเท่ากับกล่อง ECU น้ำมัน เนื่องจากผลิตตาม Standard เดียวกับ
Automotive Grade (เกรดโรงงานรถยนต์)
หัวฉีด BRC ทำจาก Stainless Steel ทนทานแข็งแรง อายุการใช้งานเท่ากับหัวฉีดน้ำมันในรถยนต์
กรองละเอียด (Gas Filter) อายุการใช้งาน 40,000 กม. (เปลี่ยนใส้กรอง)
Harness (สายไฟ) มาตรฐานยุโรป Connector แบบเดียวกับรถยนต์ (Auomotive Grade)
ป้องกันความชื้นและการสั่นสะเทือน
ประสิทธิภาพ
ระบบฉีดก๊าซแม่นยำกว่าในการจ่ายแก๊สเข้ากระบอกสูบ เนื่องจากกล่อง ECU คำนวณ
และสั่งให้ฉีดแก๊สตาม Oxygen Sensor
ในทางตรงกันข้ามแบบดูดก๊าซจะดูดเข้าทางเดียวโดยไม่รู้ว่าสูบไหนดูดมากน้อยเท่าไร
ทำให้การเผ่าไหม้ไม่สมบูรณ์จึงมีกลิ่นก๊าซที่ท่อไอเสีย
ใช้ก๊าซแล้ว Valve แห้งหรือไม่
ถ้าเป็นชุดอุปกรณ์ SEQUENT จะไม่มีผลกระทบต่อ Valve แน่นอนเนื่องจากอัตราส่วนผสมระหว่างเชื้อเพลิงกับอากาศได้สัดส่วนที่สมดุลเหมือนกับน้ำมัน
และการสตาร์ทรถทุกครั้งจะถูกบังคับให้ใช้น้ำมันก่อนเท่านั้น
เครื่องยนต์จะสึกหรอเร็วหรือไม่
ในเครื่องยนต์ที่ใช้แก๊สการสึกหรอใกล้เคียงกับระบบน้ำมัน โดยที่ถ้าผู้ใช้ก๊าซสลับกับการใช้ก๊าซกับน้ำมันใน1วันควรวิ่งน้ำมันประมาณ
10-20% และโดยปกติทุกครั้งที่สตาร์ทเครื่องๆจะเดินในโหมดน้ำมันก่อนอยู่แล้ว
ถ้าก๊าซหมด ระบบจะเปลี่ยนมาเป็นน้ำมันเองหรือไม่
ระบบสามารถเปลี่ยนมาใช้น้ำมันโดยอัตโนมัติได้ ขณะรถกำลังวิ่ง เนื่องจากจะมี
Sensor ตรวจวัดแรงดันแก๊ส เมื่อแรงดันลดลง กล่อง ECU จะสั่งให้กลับมาใช้น้ำมันโดยอัตโนมัติ
ถ้าจะเปลี่ยนระบบน้ำมันเป็นระบบก๊าซหรือจากระบบก๊าซเป็นระบบน้ำมัน ไม่ต้องหยุดรถ
ไม่ว่าความเร็วของรถขณะนั้นจะอยู่ที่เท่าไหร่ ก็สามารถเลือกเปลี่ยนระบบได้เลย
ความประหยัด
ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ด้วยกล่องสมองกล (ECU) ทำให้อัตราเร่งแรงเทียบเท่าน้ำมัน
จ่ายก๊าซแม่นยำเที่ยงตรง ทำให้การเผาไหม้สมบูรณ์ และประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าระบบดูด
ทั้งยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเผาไหม้ย้อนกลับ (Backfire) ตารางเปรียบเทียบระหว่างระบบมิกเซอร์
(ดูดก๊าซ) และระบบหัวฉีดก๊าซ ( Sequential Injection System )
|
| |
แบบดูดก๊าซ (
Fumigation ) |
แบบฉีดก๊าซ (
MPI ) |
ใช้การดูดก๊าซผ่านลิ้นปีกผีเสื้อ
|
ใช้การฉีดก๊าซเข้าท่อร่วมไอดี
|
สมรรถนะตกไม่เกิน 20% |
สมรรถนะตกไม่เกิน 5% |
อุปกรณ์ราคาถูกกว่า
|
อุปกรณ์ราคาแพงกว่า
|
อัตราเร่งต่ำกว่า
|
อัตราเร่งดีกว่า(ใกล้เคียงระบบน้ำมัน)
|
สามารถติดได้ทั้งรถรุ่นเก่าและใหม่
|
ติดตั้งในรถรุ่นเก่าๆ
ไม่ได้ |
สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก หรือใกล้เคียงกับระบบหัวฉีด |
ประหยัดเชื้อเพลิงกว่า |
การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์อาจมีกลิ่นก๊าซที่เหลือเข้าห้องโดยสาร
|
การเผาไหม้สมบูรณ์
เนื่องจากฉีดก๊าซตามการใช้งานจริง ไม่มีกลิ่น |
เกิดการระเบิดย้อนกลับในท่อไอดี(
Backfire )
อาจทำให้ท่อไอดีแตก หรือ ไส้กรองอากาศไหม้
|
ไม่เกิดการระเบิดย้อนกลับ |
|
| |
ตารางข้อเปรียบเทียบระหว่าง
LPG และ NGV |
| |
LPG |
NGV |
| . ประหยัดกว่า ใช้น้ำมันประมาณ 50-60% |
. ประหยัดกว่า ใช้น้ำมันประมาณ 60-70% |
| อ๊อกเทนใกล้เคียงน้ำมัน (ประมาณ 105)ทำให้กำลังของเครื่องยนต์
ใกล้เคียงกับการใช้น้ำมันเบนซิน |
อ๊อกเทน แตกต่างจากน้ำมัน (ประมาณ 120)ทำให้กำลังตกลงไปค่อนข้างมาก
เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันเบนซิน |
| ถังLPG บรรจุแก๊สได้ปริมาณมาก เนื่องจากบรรจุในรูปของเหลว
(ถัง 58 ลิตร วิ่งได้ประมาณ 300-400 กม.)ทำให้ไม่ต้องเติมแก๊สบ่อย |
ถังNGVบรรจุก๊าซได้ปริมาณน้อย เนื่องจากบรรจุในรูปของก๊าซ
(ถังมาตรฐาน 70 ลิตรวิ่งได้ประมาณ 100-150 กม.) ทำให้ต้องเติมก๊าซบ่อย
|
| ปั๊มแก๊ส LPG มีกระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และตัวเมืองในแต่ละจังหวัด
ผู้ใช้ . ถังLPGบรรจุแก๊สเต็ม มีน้ำหนักรวมกันไม่มาก (ประมาณ 50-60 กก.)
ทำให้รถไม่ต้องบรรทุกมาก ไม่ต้องเสริมโช๊คหลัง |
. ถังNGV บรรจุก๊าซเติม มีน้ำหนักรวมกันค่อนข้างมาก
(ประมาณ 80-100 กก.) ทำให้รถบรรทุกหนัก อาจต้องเสริมโช๊คหลัง เพื่อยกตัวถังรถ |
| LPG เป็นแก๊สที่หนักกว่าอากาศ ทำให้มีโอกาสเกิดการสะสม
หากเกิดการรั่ว |
NGVเป็นก๊าซที่เบากว่าอากาศมาก โอกาสสะสมเป็นไปได้ยากมากเพราะถ้าเกิด
การรั่วก๊าซจะลอยขึ้นทันที |
| LPG เป็นแก๊สติดไฟง่าย |
NGV เป็นก๊าซติดไฟยาก แม้เกิดการรั่ว ก็ยังติดไฟยาก |
| ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ LPG ถูกกว่า
NGV เมื่อเปรียบเทียบระบบ เดียวกัน |
ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ NGV แพงกว่า
LPG (แม้ว่า NGVจะได้รับเงินสนับสนุน 10,000 บาทจากรัฐ ) |
| หลังการติดตั้ง LPG แล้วต้องได้รับการตรวจรับรองโดยวิศวกร
และนำ ใบรับรองไปแจ้งกรมขนส่งทางบก |
หลังการติดตั้ง NGV แล้ว ต้องนำใบรับรองจากวิศวกรไปแจ้งกรมขนส่งทางบก
และต้องตรวจสภาพทุกปีๆ ละ 1 ครั้ง |
| ราคา LPG ปัจจุบันลิตรละ 9-10 บาท
|
ราคา NGV ปัจจุบันลิตรละ 8.50 บาท
โดยจะตรึงราคาถึงประมาณปี 2551 แล้วปรับ ไม่เกิน 50 %ของดีเซล |
|
| |
การบริการที่ท่านได้รับจากเรา
หม้อต้มอิตาลีของใหม่ได้มาตรฐาน ยุโรป ECE R67-01
เลือกให้ตรงกับแรงม้าของเครื่องยนต์
ถังบรรจุก๊าซ มาตราฐาน มอก. ทนแรงดัน 370 PSI ( ถังวซุปเปอร์เซฟและ ถังมัลติวาล์ว)
ถังซุปเปอร์เซฟ ระบบป้องกันการเติมแก๊สเกิน 85% ของความจุถัง ตามข้อกำหนดของกรมขนส่งทางบก
และตัดการจ่ายแก๊สทันทีเมื่อเกิดแรงดันไม่เท่ากัน
เลือกใช้วาล์วที่ควบคุมการเปิด-ปิดแก๊สด้วยวาล์วไฟฟ้า แบบมัลติวาล์ว (Multivalve)
วาล์วป้องกันการจ่ายก๊าซจากถังเมื่อเครื่องยนต์ไม่ทำงาน ตัดการจ่ายแก๊สทันทีเมื่อเกิดการรั่วซึม
และป้องกันการเติมแก๊สเกิน 85%ของความจุถัง ตามข้อกำหนดของกรมขนส่งทางบก
วาล์วเติมก๊าซ (Filling Valve) ปลอดภัยสูงสุดด้วย เช็ควาล์ว (Bank check
valve) ป้องกันก๊าซไหลย้อนกลับ พร้อมมีจุกปิดวาล์วป้องกันสิ่งสกปรกไปอุดตัน
ใช้ท่อส่งแก๊สเป็นท่อทองแดงอย่างหนา 8 และ 6 มิลลิเมตร ปลอดภัยตามมาตรฐานการติดตั้งแก๊ส
LPG ในรถยนต์ ส่วนท่อทองแดงถูกหุ้มด้วยท่อยางสีดำอย่างหนา ป้องกันการกระแทก
ดูเรียบร้อยและสวยงาม
ติดตั้งถังแก๊ส คำนึงถึงความแข็งแรง ปลอดภัยโดยเจาะยึดขาถังแก๊สกับตัวถังรถในส่วนที่แข็งแรง
และวางตำแหน่งถังแก๊สให้เสียพื้นที่ใช้สอยน้อยที่สุด
การติดตั้งเรียบร้อย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ถูกต้องตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก
ใส่ใจทุกขั้นตอนของการติดตั้งกับรถยนต์ทุกคัน เหมือนรถของเราเอง
การบริการหลังการขาย
ทางร้านเปิดบริการ จันทร์ วันเสาร์ เวลา
09.30 -18.00 น .
การรับประกัน
อุปกรณ์ก๊าซ LPG ทางร้าน จะรับประกันอุปกรณ์
1 ปีเต็ม *** หากสินค้ามีปัญหาสามารถเปลี่ยนใหม่ได้ทันที
ทางร้านหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจจากทุกท่านให้ดูแลการติดตั้งแก๊สในรถยนต์
พร้อมบริการหลังการขายด้วยมิตรภาพ
** ตรวจสอบโดยวิศวกรเครื่องกล พร้อมใบรับรอง สามารถนำไปขอจดทะเบียนที่ขนส่งได้
ตารางเปรียบเทียบการใช้แก๊ส LPG และ NGV ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง(3,000
กม./เดือน)
|
| |
| |
น้ำมันเบนซิน
95 |
แก๊ส
LPG |
แก๊ส
NGV |
| ระยะการใช้งานต่อเดือน
|
3,000.00 |
กม./เดือน
|
3,000.00 |
กม./เดือน
|
3,000.00 |
กม./เดือน
|
| ราคาเชื้อเพลิง |
25.00 |
บาท/ลิตร |
9.20 |
บาท/ลิตร |
8.50 |
บาท/ลิตร |
| อัตราการสิ้นเปลือง |
12.50 |
กม./ลิตร |
12.50 |
กม./ลิตร |
10.00 |
กม./ลิตร |
| ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร
|
2.00 |
บาท/กม.
|
0.74 |
บาท/กม.
|
0.85 |
บาท/กม.
|
| ค่าใช้จ่ายต่อเดือน |
6000.00 |
บาท/เดือน |
2208.00 |
บาท/เดือน |
2550.00 |
บาท/เดือน |
| ประหยัดค่าเชื้อเพลิงต่อเดือน |
- |
- |
3792.00 |
บาท/เดือน
|
3450.00 |
บาท/เดือน
|
| ราคาชุดอุปกรณ์ |
- |
- |
40000.00 |
บาท/ชุด |
60000.00 |
บาท/ชุด |
| ระยะเวลาคืนทุน |
- |
- |
10.54 |
เดือน |
17.39 |
เดือน |
| |
น้ำมันเบนซิน
951 |
แก๊ส
LPG |
แก๊ส
NGV
|
| ระยะการใช้งานต่อเดือน |
3,000.00 |
กม./เดือน |
3,000.00 |
กม./เดือน |
3,000.00 |
กม./เดือน |
| ราคาเชื้อเพลิง |
24.50 |
บาท/ลิตร |
9.20 |
บาท/ลิตร |
8.50 |
บาท/ลิตร |
| อัตราการสิ้นเปลือง |
12.50 |
กม./ลิตร |
12.50 |
กม./ลิตร |
10.00 |
กม./ลิตร |
| ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร |
1.96 |
บาท/กม. |
0.74 |
บาท/กม. |
0.85 |
บาท/กม. |
| ค่าใช้จ่ายต่อเดือน |
5880.00 |
บาท/เดือน |
2208.00 |
บาท/เดือน |
2550.00 |
บาท/เดือน |
| ประหยัดค่าเชื้อเพลิงต่อเดือน |
- |
- |
3672.00 |
บาท/เดือน |
3330.00 |
บาท/เดือน |
| ราคาชุดอุปกรณ์ |
- |
- |
40000.00 |
บาท/ชุด |
60000.00 |
บาท/ชุด |
| ระยะเวลาคืนทุน |
- |
- |
10.89 |
เดือน |
18.02 |
เดือน |
หมายเหตุ |
ค่าใช้จ่ายต่อกิโลเมตร
= ค่าใช้จ่ายต่อเดือน / ระยะเวลาการใช้งานต่อเดือน
ค่าใช้จ่ายต่อเดือน = ระยะเวลาการใช้ต่อเดือน / อัตราการสิ้นเปลือง
|
|
| |
สนใจสอบถาม
และขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ TPK-3 ตลาดรถยนต์เทอดพระเกียรติ
โทร. 02-645-3344, 086-324-0997, 087-013-9997 ติดต่อคุณ พรเทพ |